Living Estate

Living Estate รับทำ Feasibility โครงการอสังหาฯ ศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์ บ้านจัดสรร คอนโด โรงแรม รีสอร์ท ที่ดินเปล่า

Living Estate

วิเคราะห์อสังหาริมทรัพย์และการตลาดเพื่อพัฒนาโครงการอสังหาฯ วิเคราะห์การตลาด การเงิน พิจารณาทำเลที่ตั้ง กลุ่มเป้าหมาย คู่แข่ง ต้นทุนและผลตอบแทน

Living Estate

Real Estate Feasibility Study โดยคำนึงถึง การวิเคราะห์ทำเลที่ตั้ง วิเคราะห์ตลาด กำหนดกลุ่มเป้าหมาย คู่แข่ง ต้นทุน และความเสี่ยง เพื่อพัฒนาโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2558

การตรวจบ้านก่อนโอน

       การตรวจบ้านก่อนโอน

               การตรวจรับบ้านนั้น สิ่งแรกที่เราควรทำคือ เตรียมอุปกรณ์ต่างๆ อาทิเช่น สมุดโน๊ต ปากกา ไขควงเช็คไฟ ไม้บรรทัด ลูกปิงปอง หรือลูกแก้วหลายๆ ลูก เพื่อใช้ตรวจสอบพื้นเรียบหากไหลรวมกันไปทางไหนแสดงว่าพื้นเป็นหลุม หากจุดไหนไม่มีลูกแก้วอยู่แสดงว่าพื้นโก่ง หรืออาจจะลองลากเท้าดูว่าเรียบหรือเปล่า

               นอกจากนี้ยังมี กล้องถ่ายรูป ชอล์กสีทำเครื่องหมายจุดบกพร่อง ไฟฉาย สายยาง ถังน้ำ และเศษผ้าใช้ทดสอบการระบายในห้องน้ำ โดยนำผ้าอุดท่อระบายน้ำแล้วนำน้ำในถังน้ำเทแล้วเอาเศษผ้าออก เพื่อดูการระบายน้ำว่ามีการท่วมขังหรือไม่

              โทรศัพท์นั้นก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ ควรใช้ 2 เครื่องเพื่อทดสอบการโทร ส่วนการทดสอบไฟให้นำโคมไฟเล็ก มาใช้ทดสอบ และเหรียญ 10 บาท สำหรับเคาะผนังปูน เพื่อทดสอบการกะเทาะของปูนตามรอยร้าว ในการแก้ไขต่าง ๆ นั้นควรบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เก็บไว้ที่เราชุดหนึ่ง และถ่ายสำเนาให้ผู้รับเหมา “เซ็นรับทราบ”อีกชุดหนึ่ง และให้ผู้รับเหมานัดวันตรวจครั้งที่สองในวันนั้นเลย ตอนมาตรวจการแก้ไขก็สามารถไล่ตรวจตามรายการดังกล่าวได้ทันที

โดยสำหรับการตรวจสอบบ้านนั้นจะมีจุดใหญ่ๆ ดังต่อนี้


1. แปลนบ้าน



        บ้านทุกหลังจะต้องมีการออกแบบไว้ก่อน การตรวจสอบแปลนบ้านควรตรวจดูอย่างละเอียดตามที่ได้มีการออกแบบไว้ โดยเน้นไปที่ตำแหน่งการติดตั้งบริเวณโดยรอบ ส่วนรายละเอียดค่อยไปว่าเรื่องของแต่ละระบบภายในบ้านอีกที เริ่มตั้งแต่ตำแหน่งที่ตั้งประตู เปิดซ้ายหรือเปิดขวา เปิดเข้าหรือเปิดออก หน้าต่างในแบบมีกี่บานของจริงก็ต้องเท่านั้น ปลั๊กไฟอยู่จุดไหน ความสูงจากพื้นเท่าไหร่ ต้องให้ได้ตามที่มีการออกแบบไว้ เป็นต้น อาจจะยอมให้เพี้ยนได้นิดหน่อยแต่ดูแล้วต้องไม่เปิดอุปสรรคในการใช้งาน




2. สภาพภายนอกตัวบ้าน


        ตรวจดิ่ง ฉาก ของท่อระบายน้ำ ท่อประปา สภาพของทางระบายน้ำ ถังบำบัด ท่อน้ำทิ้ง และท่อน้ำดี ท่อต่างๆ เหล่านี้มีระยะความลาดเอียงเป็นอย่างไร ระบายน้ำได้ดีหรือไม่ ฝาท่อระบายน้ำเรียบร้อยสวยงามหรือไม่ ผนังบ้านด้านนอกมีจุดที่แหว่งหรือมีสีเลอะเทอะ หรืองานปูนในส่วนที่เป็นซอกมุมเรียบร้อยหรือไม่ หลังบ้านต้องไม่มีน้ำขังเป็นหลุมเป็นบ่อ โดยสามารถลองทดสอบได้โดยการเทน้ำราดทดสอบดู


3. งานใต้หลังคา


         อุปกรณ์ที่จะต้องใช้ มีไขควงวัดไฟ รองเท้าพื้นยาง และถุงมือหนา กันไฟดูด บันไดยาว สำหรับปีนขึ้นใต้หลังคา ไฟฉาย กล้องถ่ายรูปตรวจงาน ซึ่งถ้าเป็นหน้าฝนก็จะทำการตรวจสอบส่วนนี้ได้ง่าย ซึ่งหากไม่ใช่หน้าฝน จะตรวจเช็คได้ลำบาก เพราะต้องหาสายน้ำพร้อมกับเครื่องปั้มน้ำแรงดันสูง มาตรวจสอบโครงหลังคาว่าได้ฉากได้ระดับหรือไม่ ระยะห่างของแปเป็นอย่างไร การติดตั้ง และการยึดแผ่นกระเบื้องหลังคาถูกต้องเท่ากันหรือไม่
         นอกจากนี้ ให้ดูการซ้อนทับของกระเบื้องถูกต้องตามมาตรฐานการติดตั้ง ความลาดเอียง ครอบสันเป็นอย่างไร มีแผ่นกระเบื้องบางแผ่นแตก หรือมีการรั่วซึมหรือไม่ ไม้ระแนง และไม้เชิงชาย มีการไสแต่งผิวเรียบเนียน มีขนาดสม่ำเสมอกันไหม และได้ทาน้ำยากันปลวก และรักษาเนื้อไม้หรือไม่

4. ระบบน้ำ


        ระบบน้ำนั้นเป็นส่วนสำคัญ ให้เช็คระบบช่องน้ำล้น โดยขังน้ำไว้ในอ่างล้างหน้า อ่างครัว ที่ซักผ้า โดยขังน้ำให้เต็มดูว่าช่องน้ำล้นทำงานหรือไม่ แล้วปล่อยน้ำไหลออกดูว่าไหลดีหรือไม่ ถ้ามีอาการปุดๆ แสดงว่าไม่มีท่ออากาศ หรือท่ออากาศเล็กไป ให้ทดลองใช้พร้อมกัน ดูการแยกน้ำ กดสายชำระดูว่าใช้ดีหรือไม่ นอกจากนั้น ให้เช็คความลาดเอียงของพื้นในส่วนเปียกที่จำเป็นต้องมีการไหลระบายถ่ายเทของน้ำต้องมีความลาดเอียงไปสู่ท่อระบายน้ำ อย่างห้องน้ำ กันสาดลานจอดรถ หรือลานซักล้าง โดยการเทราดน้ำตามจุดดังกล่าว และดูว่ามีที่ท่วมที่ขังอย่างไรบ้าง ตรงไหนท่วม และอย่าลืมตรวจสอบปั้มน้ำ และก๊อกน้ำทุกหัวในบ้านว่าน้ำรั่วหรือไม่ สุดท้ายให้เช็คมิเตอร์น้ำ โดยการลองปิด เพื่อดูว่ามีจุดไหนในบ้านรั่วหรือไม่

5. ระบบไฟฟ้า

       การตรวจระบบไฟฟ้าก็ไม่ยาก เพียงแต่ตรวจการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ เช่น โคมไฟ เปิดติดง่าย และต้องใช้หลอดไฟใหม่เท่านั้น เต้าเสียบไฟฟ้าต้องสามารถทำงานได้ทุกตัวและตรงตำแหน่งที่ออกแบบไว้ มีความแข็งแรง ทนทาน ไม่แตกร้าวหรือคลอน มีระบบตัดไฟเมนเบรกเกอร์พร้อมแบ่งชั้นบนชั้นล่าง ที่สำคัญต้องตรวจให้แน่ใจว่าช่างได้ทำการต่อสายดินไว้จริง โดยดูจุดลงสายดินให้เรียบร้อย หรือทางที่ดีควรหาไขควงวัดไฟจี้ที่เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีสายดิน ตรงนอตสักตัวเพื่อหาไฟรั่ว หากพบว่ามีไฟรั่วต้องแก้จนกว่าจะหายหมดทุกจุด หรือจะทดสอบโดยการปิดไฟทั้งหลังแล้วนั่งดูมิเตอร์

6. งานพื้น



        ขั้นตอนการตรวจพื้นผิดเป็นขั้นตอนที่ง่ายที่สุด ต้องให้ได้ตามสเปคที่สั่งไว้ พื้นผิวต้องเรียบ ไม่เอียงหรือเอนไปทางใดทางหนึ่ง พื้นเรียบสม่ำเสมอ ต้องได้ฉากกับผนัง วัสดุปูพื้นต้องมีขนาดและสีเดียวกันทั้งผืน ถ้าจะให้ดีควรเตรียมไม้วัดระนาบด้วยจะดีมาก สำหรับวัดระนาบทั้งแนวดิ่งและแนวราบ หากเอียงไปทางใดทางหนึ่งมากเกินไปควรรื้อทำใหม่ทั้งหมด ผนังไม่มีรอยร้าวลายงา เพราะอาจจะหมายถึงการผสมปูนไม่ดี ถ้าหากรอยร้าวเป็นแนวเฉียง ๆ ซ้อนกันหลายรอยและกินวงกว้างอาจจะหมายถึงโครงสร้าง บ้านกำลังทรุดก็เปิดได้ สำหรับพื้นกระเบื้องต้องเคาะดูทุกแผ่น หากแผ่นไหนเสียงโปร่งแสดงว่าปูพื้นไม่แน่นต้องทำการปูแผ่นนั้น ใหม่ เพราะหากใช้ไปนาน ๆ จะเกิดการแตกภายหลัง สุดท้ายคือต้องดูการยารอยแนวให้เรียบร้อย

7.งานกำแพง ผนัง


          เดินดูกำแพงว่าสะอาดดี หรือไม่ Wallpaper ที่ติดเอาไว้เรียบเสมอกันดีหรือเปล่า โดยให้เอาหน้าแนบดูกับกำแพงว่าเรียบเสมอกันดีหรือเปล่า มีกำแพงบุบหรือโป่งหรือไม่ตามขอบบัวติดผนังให้เอาไม้บรรทัดวางลงกับพื้นแล้วเลื่อนดู หากมีการโป่ง หรือเว้าตัวของบัวจะเห็นช่องว่างที่อยู่ระหว่างไม้บรรทัด กับขอบบัวสีนอกอาคารดูให้ทั่วว่ามีรอยร้าวหรือเปล่า มีรอยน้ำหรือเปล่า หากมีแสดงว่าน้ำรั่วให้หาสาเหตุโดยด่วนตามประตู และหน้าต่างให้ลองเปิดปิดดูทุกบาน ดูว่ามีการทรุดตัวของประตู หรือหน้าต่างหรือไม่ ลองปิดแบบปล่อยให้ประตูปิดเองจะรู้ได้ทันที และให้ปิดประตูแล้วเอาไฟฉายส่องดูว่ามีแสงลอดหรือเปล่า พร้อมทั้งตรวจดูกุญแจทุกดอกดูว่าใช้งานได้หรือเปล่าประตูรั้วหน้าบ้าน ลงล็อคดีหรือเปล่า สามารถใช้งานได้หรือไม่ ลองเปิดและปิดดูตรวจสอบรอยร้าวกำแพงรั้วบ้าน และดูความเรียบร้อย

8.ระบบฝ้าเพดาน


         ตรวจสอบระบบฝ้าเพดานจะคล้ายกับการตรวจ พื้น และผนัง คือตรวจสอบดูความเรียบร้อยทั่ว ๆ ไป ระดับการติดตั้ง การเข้ามุม ความเรียบร้อยบริเวณรอยต่อต่าง ๆ และหากมีร่องรอยหยดน้ำอยู่ที่ฝ้าเพดาน ต้องรีบตรวจสอบหาสาเหตุของรอยดังกล่าวอย่างละเอียด เมื่อตรวจสอบสภาพภายนอกของฝ้าเพดานแล้ว ให้เอาบันไดมาปีนดูช่องเปิดของฝ้าเพื่อตรวจสอบ ปูนโป๊ว ระยะโครงต่าง ๆ ว่ามีความเรียบร้อยสม่ำเสมอกันหรือไม่


9.ระบบช่องเปิด-ปิด กลอน ประตู หน้าต่าง กุญแจ


          หลักการใหญ่ ๆ ในการตรวจสอบประตูหน้าต่าง และช่องเปิดอื่น ๆ คือ การตรวจสอบอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น มือจับ กุญแจ บานพับ กลอนประตู หน้าต่าง ติดตั้งในตำแหน่งที่ถูกต้อง ได้แนวได้ระดับถูกต้อง สวยงาม ตรวจสอบดูกลอนประตูว่าหลวม หรือแน่นไปหรือไม่ ประตู หน้าต่างดังกล่าวเปิดปิดเป็นอย่างไร ปิดไม่สนิท หรือปิดลำบาก หรือไม่ การยาแนวระหว่างกระจกกับบานประตูเรียบร้อยทั่วถึงหรือไม่ ทดลองใส่กลอนทุกตัวว่าใส่ได้จริงๆ และเรียบร้อยหรือไม่ กุญแจ ต่าง ๆ เปิดปิดได้จริงๆ หรือไม่ และดู Door Stop มียางกันกระแทกหรือเปล่า

10.ระบบสุขาภิบาล


         ในการตรวจสอบระบบสุขาภิบาลนั้น ควรทดลองใช้งานสุขภัณฑ์ทุกตัว เปิดก๊อกน้ำ จนสุดทุกก๊อก ดูว่าน้ำไหลดีไหม การหมุนของวาวเป็นอย่างไร ทดลองหมุนเข้า หมุนออก และตรวจเช็คข้อต่อว่ามีรอยรั่วซึมหรือไม่ โดยมีวิธีการเช็ครอยรั่วซึมในจุดที่มองไม่เห็นได้ด้วยการปิดการใช้น้ำทุกตัว ถ้าวาล์วน้ำยังหมุน หรือปั๊มน้ำยังมีการทำงานถี่ตลอดเวลา แสดงว่าบ้านท่านมีอาการรั่วซึม ต้องทำการตรวจเช็คโดยด่วน

       จากนั้นก็ตรวจเช็คระบบช่องน้ำล้นในสุขภัณฑ์ ด้วยการขังน้ำไว้ ในสุขภัณฑ์ ในบริเวณที่ขังได้ เช่น อ่างล้างหน้า อ่างอาบน้ำ อ่างครัว ที่ซักผ้า ทดลองขังน้ำไว้ให้เต็ม ดูว่าช่องน้ำล้นทำงานหรือไม่ เสร็จแล้วปล่อยน้ำออกในทันทีดูว่าน้ำไหลได้สะดวกหรือไม่ ถ้ามีอาการ ปุดๆ แสดงว่า ไม่มีท่ออากาศ หรือท่ออากาศตัน หรือท่ออากาศเล็กไป และถ้าอยู่ในห้องน้ำเดียวกัน ให้ทดลองเปิดน้ำออกพร้อมกัน เพื่อดูว่า การแย่งกันไหลออกของน้ำ มีผลอย่างไร จะให้ดีให้ลองกดชักโครกทดสอบการใช้งานไปพร้อมๆ กันด้วย ยิ่งดีครับ เพื่อให้ระบบน้ำแย่งกันใช้งาน ให้มากที่สุด และสังเกตด้วยว่าน้ำในชักโครกไหลคล่องหรือไม่

         ตลอดจนทดสอบกดสายชำระทุกอัน ดูว่าใช้งานได้ดีหรือไม่ จากนั้นให้เอาถังน้ำที่เตรียมไว้มา รองน้ำให้เต็ม แล้วค่อยๆ เทลงพื้นห้องน้ำเพื่อให้น้ำไหลลงท่อระบายน้ำ ถ้าทำได้ให้เอาผ้าอุดที่รูระบายน้ำพื้น ให้น้ำขัง แล้วค่อยปล่อยน้ำให้ไหล ดูว่า การระบายน้ำที่พื้น เป็นอย่างไร สุดท้ายลองตรวจสอบดูตามจุดอับ จุดซ่อนเร้นต่าง ๆ เช่น บริเวณใต้เคาน์เตอร์ว่าช่างเก็บงานเรียบร้อยหรือไม่ ตรวจสอบปากท่อระบายน้ำทุกที่ ไม่ควรมีวัสดุหรือรอยปูนตกค้างอยู่

ที่มา : www.infinitydesign.in.th

คำแนะนำในการขอสินเชื่อซื้อบ้าน


คำแนะนำในการขอสินเชื่อซื้อบ้าน





เมื่อคุณทำเรื่องยื่นขอกู้เงิน คงหนีไม่พ้นข้อสงสัยที่เกิดขึ้นใจของคุณว่า ธนาคารใช้อะไรมาเป็นเกณฑ์วัดว่าคุณจะได้รับการอนุมัติสินเชื่อในครั้งนี้ แต่ถ้าคุณทราบเคล็ดไม่ลับข้างล่างนี้แล้ว บ้านที่คุณฝันก็จะเป็นของคุณได้ไม่ยากเลย โดยทั่วไปแล้ว ในการวิเคราะห์สินเชื่อเพื่อกำหนดวงเงินกู้ ธนาคารจะใช้หลักพิจารณาสินเชื่ออยู่ 2 หลักใหญ่ๆ คือ เงินรายได้ เพื่อพิจารณาว่า คุณจะชำระหนี้ได้สม่ำเสมอตลอดระยะเวลากู้หรือไม่ และธนาคารจะต้องมีทรัพย์สินที่มีมูลค่าคุ้มหนี้จำนองเป็นหลักประกัน เพื่อไว้ในกรณี ที่คุณไม่สามารถชำระหนี้ได้ ธนาคารก็สามารถบังคับจำนอง ขายทอดตลาดหลักประกันและนำรายได้มาชำระหนี้

หลักเกณฑ์สำคัญ 3 ประการที่ธนาคารใช้พิจารณาประกอบการให้วงเงินกู้


1. ความสามารถในการผ่อนชำระหนี้

ธนาคารจะพิจารณาจากรายได้ของผู้กู้และผู้กู้ร่วมเป็นหลัก โดยพิจารณาให้กู้ประมาณ 30-40 เท่าของรายได้ เช่น ถ้าคุณมีเงินเดือน เดือนละ 40,000 บาท จะกู้ได้ในวงเงินสูงสุด 1,200,000 – 1,600,000 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของอาชีพและความมั่นคงของรายได้ นอกจากนั้นธนาคารยังพิจาณาเรื่อง สัดส่วนเงินงวดต่อรายได้สุทธิประกอบด้วย (monthly to net income ratio) คือต้องไม่เกิน 33 %

2. หลักประกันเงินกู้ พิจารณาดู 2 ประเด็น

ความเหมาะสมของหลักประกัน
- บ้านหรือที่ดินจะต้องโอนกรรมสิทธิ์ของผู้กู้ทุกคน (ยกเว้น ผู้กู้ที่เป็นคู่สมรส บิดามารดา บุตร และพี่น้อง)
- หากเป็นอาคารต้องสร้างเสร็จอย่างน้อย 90 % (กรณีจัดสรร)
- กรณีขอกู้ซื้อที่ดินหรืออาคารจัดสรร ต้องมีสภาพคล่องในตลาดสูงสามารถซื้อขาย เปลี่ยนมือกันได้ง่ายในตลาด
มูลค่าตลาดของหลักประกัน
จะต้องสูงกว่าวงเงินกู้มากพอสมควร โดยมีสัดส่วนประมาณ 70-85 % ของราคาซื้อขายหรือมูลค่าของหลักประกัน ยิ่งสัดส่วนของมูลค่าเงินกู้ต่อหลักประกัน (Loan-to-value ratio) น้อยลงมากเพียงใดธนาคารก็มีความเสี่ยงน้อยลง คุณก็มีโอกาสกู้ได้มากขึ้น

3. หลักคุณสมบัติอื่นๆ ที่ผู้กู้จะลืมไม่ได้ 

- อายุของผู้กู้ เมื่อรวมกับจำนวนปีที่ขอกู้แล้วจะต้องไม่เกิน 70 ปี
- ผู้กู้ร่วมรายอื่น นอกจากผู้ที่เป็นคู่สมรส บิดามารดา บุตร และพี่น้อง จะมีผู้กู้ร่วมคนอื่นได้อีก (ซึ่งไม่เกิน 1 คน)
- ผู้กู้ร่วมที่ไม่ใช่คู่สมรสและบุตร จะต้องถือกรรมสิทธิ์ร่วมในทรัพย์ที่จำนองด้วย
- ประวัติการชำระหนี้
ในกรณีที่ผู้กู้ต้องขอกู้เงินเพื่อไถ่ถอนจำนองจากสถาบันการเงินอื่นผู้กู้ต้องมีประวัติการชำระหนี้ดีมาแล้วอย่างน้อย 12 งวด นี่เป็นเพียงหลักเกณฑ์การวิเคราะห์สินเชื่อโดยทั่วไป หากเป็นสินเชื่อสวัสดิการ หรือสินเชื่อโครงการพิเศษต่างๆแล้ว ธนาคารอาจผ่อนปรนเงื่อนไขการกู้ได้ เมื่อรู้หลักเกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อย่างดีแล้ว แนวโน้มขอกู้บ้านในฝัน

ที่มา: ธนาคารอาคารสงเคราะห์

วันพุธที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2558

CASA Grand สุขาภิบาล 5


Casa Grand สุขาภิบาล 5  (คาซ่าแกรนด์ สุขาภิบาล 5)



รายละเอียดโครงการ

วันสำรวจ                             10/03/2015
โครงการ                           Casa Grand สุขาภิบาล 5 (คาซ่าแกรนด์ สุขาภิบาล 5)
บริษัท                                  Q-House
ที่ตั้ง                                      ติดถนนสายไหม
รูปแบบ                                บ้านเดี่ยว 3 ชั้น
พื้นที่โครงการ                    32 ไร่ 2 งาน

แบบ้านมี  3  แบบคือ

            1.Ample ราคา 7.79 ล้าน ขนาดที่ดิน 55.7 ตรว. พื้นที่ใช้สอย 241ตรม. 3ห้องนอน 5ห้องน้ำ 4ที่จอดรถ        

            2.Lofty  ราคา 8.29 ล้านบาท ขนาดที่ดิน 60.70 ตร.วา  พื้นที่ใช้สอย 221 ตรม. 5ห้องนอน 5ห้องน้ำ  4ที่จอดรถ

            3.Noble ราคา 8.99  ล้านบาท ขนาดที่ดิน  65 ตร.วา  พื้นที่ใช้สอย 260 ตรม. 4ห้องนอน  5 ห้องน้ำ 2ที่จอดรถ

ที่ดินแปลงมาตรฐาน            55-60 ตร.วา
ราคาที่ดิน                              79,000  บาท/ตร.วา
วันเปิดขาย                           Presale  ปลายเดือน ก.พ. 58  เปิดขายจริง เดือน เมษา 58
จำนวนยูนิต                          103  หลัง
ขายไปแล้ว                           1  หลัง
อัตราการขาย                      N/A
แบบ้านที่ขายดี                      Noble
ส่งอำนวยความสะดวก         สวน, กล้องCCTV ,รปภ 24 ชม., คลับเฮ้าส์ ,สระว่ายน้ำ
Promotion                            ฟรีจัดสวน  ถังน้ำ ปั๊มน้ำ  สัญญาณกันขโมย  วลอล์เปเปอร์ทั้งหลัง

จุดเด่น                                  พื้นที่เยอะเหมาะกับครอบครัวใหญ่  จอดรถได้4คัน  ห้องน้ำในตัวทุกห้อง   วัสดุค่อนข้างดี
จุดด้อย                                  บ้านตื้น   หน้าตาบ้านดูแปลกใหม่ ไม่ค่อยสวย  ที่ดินเป็นแนวยาวลึกเข้าไป

Website                                 http://www.qh.co.th
พิกัดแผนที่                           13.921693, 100.685721


แผนที่โครงการ



              สิ่งอำนวยความสะดวกใกล้เคียง

        รวมเร็วทุกการเดินทางด้วยเส้นถนนสายหลักทั้ง พหลโยธิน รามอินทรา วิภาวดี-รังสิต พร้อมด้วย ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์, วงแหวนตะวันออก

       แหล่งช็อปปิ้ง เซ็นทรัลรามอินทรา, แฟชั่น ไอส์แลนด์ รามอินทรา, ฟู้ดแลนด์ รามอิทรา, บิ๊กซี สายไหม, บิ๊กซี ลำลูกกา, บิ๊กซี สุขาภิบาล 5, ตลาดสายไหม,ตลาดวงศกร, ตลาดออเงิน, ตลาดสะพานใหม่

       โรงพยาบาล สายไหม, สินแพทย์, ภูมิพล, บีแคร์ เมดิคอล เซ็นเตอร์, เซ็นทรัลเยนเนอรัล, นพรัตน์ราชธานี, เปาโล นวมินทร์, เสรีรักษ์ มีนบุรี

       สถานการศึกษา ร.ร.สายไหมทัศนาวลัย, ร.ร.ฤทธิยะวรรณาลัย 1-2, ร.ร.สารสาสน์วิเทศสายไหม, ร.ร.ผ่องสุวรรณ, ม.ราชภัฏพระนคร, ม.เกริก, ม.เกษตรศาสตร์, ม.ศรีปทุม

       อื่นๆ สนามกีฬาธูปเตมีย์ ลำลูกกา, พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ, สนามกอล์ฟปัญญา-รามอินทรา, สนามกอล์ฟเดอะเลกาซี่, สนามกอล์ฟธัญธานี


บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ระดับพรีเมี่ยม กับการออกแบบพื้นที่ใช้สอยสำหรับทุกคนในครอบครัว

Quality Spec

-ใช้ผนัง Q-Con ช่วยให้บ้านเย็นสบาย ประหยัดพลังงาน กันความร้อนได้ดีกว่า
-กระจกเขียวตัดแสง กรองแสงอัลตราไวโอเลตและอินฟราเรด ช่วยลดความร้อนโดยไม่เสียทัศนียภาพของธรรมชาติรอบตัวบ้าน
-ระบบรักษาความปลอดภัย ด้วยสัญญาณกันขโมยภายในบ้าน

Function

บ้านฟังก์ใหม่ 5 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ ออกแบบให้มี 3 Master bedroom และโถงห้องพักผ่อนอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ชั้น 2 ที่ออกแบบไว้รองรับสมาชิกทุกคนในครอบครัว

Facility

-Club House ขนาดใหญ่ อยู่หน้าโครงการ พร้อมสระว่ายน้ำ และฟิตเนส
-สวนส่วนกลาง Style Modern

Community Zone

โครงการติดถนนสายไหม ทำเลน่าอยู่สะดวกสบายง่ายต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ใกล้สถานศึกษา ห้างสรรพสินค้าต่างๆ และทางด่วนรามอินทรา-อาจนรค์

     ที่ดินโครงการเป็นแนวยาวลึกเข้าไปประมาณ 1 กม.



       เข้าโครงการมาจะพบบ้านตัวอย่าง 3 หลัง




แบบบ้านในโครงการ

       1.แบบบ้าน Ample  3 ห้องนอน  5 ห้องน้ำ  2 ห้องพักผ่อน  4 ที่จอดรถ 241 ตรม.







2.แบบบ้าน Lofty   5 ห้องนอน  5 ห้องน้ำ  2 ห้องพักผ่อน  4 ที่จอดรถ  221 ตรม.






3. แบบบ้าน Noble 4 ห้องนอน  5 ห้องน้ำ  2 ห้องพักผ่อน  4 ที่จอดรถ 260 ตรม.






Gallery








ผังโครงการ



ราคาขาย ณ วันที่ 10 มีนา 58




Delight @ Scene วัชรพล-จตุโชติ (Delight แอทซีน )

Delight @ Scene วัชรพล-จตุโชติ 




รายละเอียดโครงการ

วันสำรวจ                   11/03/2015
โครงการ                 Delight  แอทซีน
บริษัท                       พฤกษา
ที่ตั้ง                            ติดถนนจตุโชติ
รูปแบบ                     บ้านเดี่ยว 2 ชั้น
พื้นที่โครงการ           70ไร่ 1 งาน 70.75 ตร.ว.

แบบ้านมี  3  แบบคือ

            1. The Mist ราคา 4.77 ล้าน ขนาดที่ดิน 54.4  ตรว. พื้นที่ใช้สอย 165 ตรม. 3ห้องนอน 3ห้องน้ำ 2ที่จอดรถ

           2. The Forest ราคา 5.46 ล้านบาท ขนาดที่ดิน  61.60 ตร.วา  พื้นที่ใช้สอย 200 ตรม. 3ห้องนอน 5ห้องน้ำ 2ที่จอดรถ

          3. The Arise  ราคา 7.12 ล้านบาท ขนาดที่ดิน  76.30 ตร.วา  พื้นที่ใช้สอย 230 ตรม. 3ห้องนอน 5ห้องน้ำ 2ที่จอดรถ

ที่ดินแปลงมาตรฐาน           50-70 ตร.วา
ราคาที่ดิน                             58,000  บาท/ตร.วา
วันเปิดขาย                          กุมภาพันธ์ 58
จำนวนยูนิต                         291 หลัง
ขายไปแล้ว                           29 หลัง
อัตราการขาย                     30 หลังต่อเดือน
แบบ้านที่ขายดี                     The Arise
ส่งอำนวยความสะดวก         สวน, กล้องCCTV ,รปภ 24 ชม., คลับเฮ้าส์
Promotion                   -

จุดเด่น                               ติดถนน ใกล้ทางด่วน     บ้านหน้ากว้าง โปร่งโล่ง 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ
จุดด้อย                             ใช้ผนังสำเร็จรูป ทำให้ต่อเติมปรับเปลี่ยนลำบาก  , จำนวนบ้านเยอะ ลุกพล่าน

Website                               http://www.pruksa.com
พิกัดแผนที่                         13.897969, 100.686700


บ้านเดี่ยวระดับ Premium บนทำเลคุณภาพเดินทางสะดวก ปลอดภัยกับ CCTV ทั้งโครงการ Club House สุดหรู พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกรายล้อมรอบโครงการ ให้ความมั่นคงกับการใช้ชีวิต อาทิ หมดกังวลกับปัญหารถติดด้วยเส้นทางถนนวงแหวนฯ และทางพิเศษฉลองรัช

รายล้อมด้วย Community Mall แหล่งพักผ่อน เล่นกีฬา และร้านอาหารหลากหลาย ให้คุณได้เพลิดเพลิน กับการจับจ่ายใช้สอยและใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าอาทิ พรอมมานาด  แฟชั่นไอร์แลนด์ เพลินเนอรี่ เซนทรัล CDC เวนิชไอริส Crystal Park Big C   ร้านอาหารต่างๆอีกมากมาย

อุ่นใจปลอดภัยในทุกช่วงเวลาฉุกเฉิน เพราะใกล้สถานีตำรวจ และโรงพยาบาลสินแพทย์  โรงพยาบาลสายไหม

ใกล้สถานศึกษาคุณภาพ อาทิ โรงเรียนนานาชาติ ไทย-อเมริกัน   โรงเรียนสารสาสน์วิเทศสายไหม

แผนที่โครงการ


 เขตสายไหม ติดถนนจตุโชติ กรุงเทพฯ 

แบบบ้่านภายในโครงการ


1.The Mist  พื้นที่ใช้สอย 165 ตรม. หน้ากว้าง 10 ม.  3ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2ที่จอดรถ 1ห้องครัว  1ห้องเก็บของ  2 ห้องอเนกประสงค์  

จุดเริ่มต้นของความสำเร็จ พร้อมด้วยฟังก์ชั่นครบครัน  เปิดให้ทุกโสตสัมผัสรับรู้ ถึงความงดงามเพียงเปิดหน้าต่าง ห้องนอนใหญ่มีระเบียงรับลมสูดอากาศบริสุทธิ์ทุกเช้า ทุกห้องนอนออกแบบให้มีพื้นที่ใช้สอยกว้าง ห้องอเนกประสงค์ด้านล่างปรับเปลี่ยนเป็นห้องผู้สูงอายุหรือห้องสันทนาการ โปรดปรานกับพื้นที่ห้องครัวแยกเป็นสัดส่วน มี Pantry  เตรียมอาหารสุดหรูพร้อมห้องรับแขก และ ห้องรับประทานอาหาร ออกแบบให้พื้นที่ต่อเนื่องโปร่งโล่ง สบาย





2.The Forest พื้นที่ใช้สอย 200 ตรม. หน้ากว้าง 12 เมตร  3 ห้องนอน  5 ห้องน้ำ  2 ที่จอดรถ  1 ห้องครัว  1ห้องเก็บของ  2 ห้องอเนกประสงค์  1 ห้องแม่บ้าน  

ยกระดับอีกขั้นกับความโอ่อ่า มาพร้อมบ้านหน้ากว้าง 12 เมตร ผสมผสานธรรมชาติสู่ทุกห้องนอน เปิดรับวิว 180 องศา พร้อมห้องน้ำในตัวทุกห้อง สะดวกสบายกับการออกแบบให้ทุกพื้นที่ใช้สอยสอดรับกับหลากหลายกิจกรรมด้วยห้องอเนกประสงค์ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ  ห้องรับแขก  ห้องอาหาร  ห้องครัว ห้องแม่บ้าน สถาปัตยกรรมความลงตัวในทุกพื้นที่ใช้สอย พร้อมเติมเต็มความสุขให้คุณในทุกเวลา





3.The Arise  พื้นที่ใช้สอย 230 ตรม.  หน้ากว้าง 14 เมตร  3 ห้องนอน  5 ห้องน้ำ  2 ที่จอดรถ 1 ห้องครัว 1 ห้องเก็บของ  2 ห้องอเนกประสงค์  1 ห้องแม่บ้าน

รางวัลแห่งความสำเร็จ สู่ขีดสุดสถาปัตยกรรมการออกแบบ สำหรับคนสำคัญที่สุด ด้วยพื้นที่ใช้สอย 230 ตรม. โดดเด่นด้วยทางเข้า Double Space หรูหราโอ่อ่ากับห้องนอนขนาดใหญ่ ระเบียงกว้างเปิดมุมมอง Panoramic View 180 อาศา พร้อมห้องน้ำส่วนตัวทุกห้อง สอดรับความลงตัวทุกกิจกรรม ด้วยห้องอเนกประสงค์ ชั้นบน/ล่าง ที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องผู้สูงอายุ หรือห้องต่างๆได้ดั่งใจ ห้องรับแขก ห้องทานอาหาร ครัวไทย ห้องแม่บ้านพร้อมห้องน้ำในตัวทุกห้อง 




ฉีกกรอบเดิม สู่ความทันสมัย กับโครงการบ้านเดี่ยว ดีไซน์ Modern ออกแบบให้ลงตัวทุกจังหวะการใช้ชีวิต ให้คุณใช้สอยทุกพื้นที่ได้สูงสุดกว่าใคร หลุดกรอบด้วย Adjustable wall สั่งปรับเปลี่ยนได้ตามใจ เดินทางแบบคนทันสมัย เพียง 5 นาที จากสถานีรถไฟฟ้าคูคต อุ่นใจเหนือ ใครด้วย Smart Security Home System ขยายวงกว้างความปลอดภัย คลอบคลุมทั่วทั้งโครงการ พลาดไม่ได้กับคลับเฮาส์ สวนสาธารณะ ฟิตเนส สระว่ายน้ำและบรรยากาศร่มรื่นสุดสายตา คุณพร้อมหรือยัง? ที่จะฉีกตัวเอง สู่ความ Chic กับขีดสุดของการออกแบบ ที่พร้อมให้คุณมาเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ดีไลท์ วงแหวนฯ – วัชรพล



Gallery









ซุ้มทางเข้า




ส่วนกลาง



ราคาขาย




วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2558

กฏหมายบันไดหนีไฟ 1

            กฏหมายบันไดหนีไฟ



         ระบบความปลอดภัยในบ้าน เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม หนึ่งในนั้นคือ “บันไดหนีไฟ” ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ที่พักอาศัยที่เข้าข่าย โดยเฉพาะบ้าน ทาวน์โฮม ตึกแถว ที่มีความสูงตั้งแต่ 4 ชั้นขึ้นไป อาคารพักอาศัยที่ไม่ใช่ตึกแถวบ้านแถว ซึ่งสูง 3 ชั้นและมีชั้นที่ 4 เป็นดาดฟ้า โดยที่พักอาศัยเหล่านี้จะต้องมีบันไดหนีไฟที่มีลักษณะที่ถูกต้องตามกฎหมาย  

          บันไดหนีไฟ เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางหนีไฟในอาคาร ที่มีกฎหมายอาคารออกข้อบังคับต่าง ๆ ให้ผู้ออกแบบยึดเป็นแนวทางในการออกแบบอาคาร เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้สอยอาคาร

สำหรับบ้านอยู่อาศัยทั่ว ๆ ไป หากมีความสูงหรือพื้นที่ใช้สอยเข้าข่ายที่กฎหมายกำหนดเมื่อใด เมื่อนั้นบ้านหลังดังกล่าวก็จะต้องทำบันไดหนีไฟเพิ่มจากที่มีบันไดปกติอยู่แล้วอีกหนึ่งบันได และบันไดหนีไฟนั้นก็จะต้องมีลักษณะเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

         เมื่อใดบ้านต้องมีบันไดหนีไฟ       

         กฎหมายควบคุมอาคาร กำหนดให้บ้านอยู่อาศัย ไม่ว่าบ้านของท่านจะสร้างเป็น บ้านเดี่ยว บ้านแถว บ้านแฝด ห้องแถว ตึกแถว ฯลฯ  หากมีความสูงตั้งแต่สี่ชั้นขึ้นไป หรือมีความสูงสามชั้นและมีดาดฟ้าเหนือชั้นสามที่มีพื้นที่เกิน 16 ตารางเมตร จะต้องมี “บันไดหนีไฟ”เพิ่มจากบันไดปกติอย่างน้อยอีกหนึ่งแห่ง (กฎ.55 ข้อ 27) และต้องไม่มีสิ่งกีดขวางทางเดินที่ไปยังบันไดหนีไฟนั้น      

        กรณีบ้านในกรุงเทพมหานคร มีกำหนดเพิ่มเติมว่า หากมีการทำชั้นใต้ดินตั้งแต่สองชั้นขึ้นไป (อาจมีบ้านบางหลังทำ) บ้านหลังนั้นก็ต้องทำ “ทางหนีไฟ” โดยเฉพาะอีกหนึ่งทางด้วย(ขบ.44 ข้อ 39) ซึ่งทางหนีไฟนี้จะทำเป็นบันไดหรือไม่ก็ได้ เช่น ทำเป็นทางลาด

ลักษณะของบันไดหนีไฟ ตามกฎหมายควบคุมอาคาร      

 บันไดใด ๆ จะถือเป็น “บันไดหนีไฟ” ก็ต่อเมื่อมีลักษณะตามที่กฎหมายควบคุมอาคารได้กำหนดไว้ ดังนี้

         1. บันไดหนีไฟต้องเป็นบันไดที่มีความลาดชันน้อยกว่า 60 องศา ยกเว้นแต่อาคารนั้นเป็นตึกแถวหรือบ้านแถวที่มีความสูงไม่เกินสี่ชั้น โดยต้องมีชานพักบันไดทุกชั้น (กฎ.55 ข้อ 28)สำหรับกรุงเทพมหานคร ห้ามสร้างบันไดหนีไฟเป็นบันไดเวียน (ขบ.44 ข้อ 41) และบ้านแถวหรือตึกแถวสูงไม่เกินสี่ชั้นหรือสูงไม่เกิน 15 เมตร จากระดับถนน กำหนดให้บันไดหนีไฟจะเป็นแนวดิ่งก็ได้ แต่ต้องมีชานพักทุกชั้น แต่ละขั้นบันไดต้องห่างไม่เกิน 40 เซนติเมตร โดยขั้นสุดท้ายต้องสูงจากพื้นดินไม่เกิน 3.50 เมตร (ขบ.44 ข้อ 43) สำหรับบันไดหนีไฟแนวดิ่ง เรามักเรียกกันว่าบันไดลิง นั่นเอง


  2. บันไดหนีไฟ ที่ไม่ใช่บันไดแนวดิ่งสำหรับตึกแถวหรือบ้านแถว ต้องทำด้วยวัสดุทนไฟและไม่ผุกร่อน ลูกตั้งสูงไม่เกิน 20 เซนติเมตร ลูกนอนกว้างไม่น้อยกว่า 22 เซนติเมตร ความสูงราวบันได 90 เซนติเมตร (ขบ.44 ข้อ 41) บันไดหนีไฟของอาคารในต่างจังหวัดก็ต้องมีระยะลูกตั้งลูกนอนเช่นเดียวกันด้วย




           3. บันไดหนีไฟ ถ้าอยู่ภายนอกอาคาร ต้องมีความกว้างสุทธิไม่น้อยกว่า 60 เซนติเมตร และผนังส่วนที่บันไดหนีไฟพาดผ่านต้องเป็นผนังทึบทนไฟ และถ้าลงไม่ถึงชั้นล่าง ต้องทำบันไดโลหะที่สามารถยืดหรือหย่อนลงจนถึงพื้นชั้นล่างได้ (กฎ.55 ข้อ 29) บันไดหนีไฟภายนอกถ้าเป็นอาคารประเภทห้องแถวหรือตึกแถว ซึ่งปกติจะต้องมีที่ว่างด้านหลังกว้างไม่น้อยกว่า 3 เมตร แต่กฎหมายผ่อนผันให้บันไดหนีไฟภายนอก ล้ำเข้าไปหรืออยู่ในส่วนพื้นที่ว่าง 3 เมตรนั้นได้ แต่จะต้องล้ำเข้าไปไม่เกิน 1.40 เมตร



4. บันไดหนีไฟ ถ้าอยู่ภายในอาคาร ต้องความกว้างสุทธิไม่น้อยกว่า 80 เซนติเมตร มีผนังทึบทนไฟกั้นโดยรอบ ในแต่ละชั้นของบันไดหนีไฟต้องมีช่องเปิดให้อากาศถ่ายเทจากภายนอกมีพื้นที่รวมกันไม่น้อยกว่า 1.4 ตารางเมตร โดยต้องมีแสงสว่างให้เพียงพอตลอดเวลา  สำหรับอาคารใน กทม. มีเพิ่มเติมว่า หากเป็นบันไดหนีไฟอยู่ภายในอาคารต้องทำให้ลงถึงชั้นพื้นดิน  และ กำหนดบันไดหนีไฟต้องกว้างไม่น้อยกว่า 90 เซนติเมตร 



  5. มีประตูหนีไฟ ที่ทำด้วยวัสดุทนไฟ ความกว้างสุทธิไม่น้อยกว่า 80 เซนติเมตร สูงไม่น้อยกว่า 1.90 เมตร เป็นบานเปิดผลักออกสู่ภายนอกและติดอุปกรณ์ชนิดที่บังคับให้บานประตูปิดได้เอง ประตูหรือทางออกสู่บันไดหนีไฟต้องไม่มีธรณีหรือขอบกั้น  อาคารในเขต กทม. มีการกำหนดการเปิดประตูของบันไดหนีไฟให้ชัดเจนขึ้น คือ ประตูหนีไฟต้องเป็นบานเปิดชนิดผลักเข้าสู่บันไดเท่านั้นสำหรับชั้นดาดฟ้า ชั้นล่างและชั้นที่ออกเพื่อหนีไฟสู่ภายนอกอาคารให้ประตูหนีไฟเปิดออกจากห้องบันไดหนีไฟ 



       6. ชานพักบันไดต้องกว้างไม่น้อยกว่าความกว้างบันได 
      
        7. พื้นหน้าบันไดหนีไฟต้องกว้างไม่น้อยกว่าความกว้างของบันไดและ “อีกด้านหนึ่ง” กว้างไม่น้อยกว่า 1.50 เมตร 

8. ตำแหน่งบันไดหนีไฟ ต้องมีระยะห่างระหว่างประตูห้องสุดท้ายด้านทางเดินที่เป็นปลายตันไม่เกิน 10 เมตร หากมีบันไดหนีไฟตั้งแต่สองบันไดขึ้นไป ระยะห่างระหว่างบันไดหนีไฟตามทางเดินต้องไม่เกิน 60 เมตร  
และต้องมีป้ายเรืองแสงหรือเครื่องหมายไฟแสงสว่างบอกทางหนีไฟ โดยมีข้อความหนีไฟเป็นตัวอักษรสูงไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร  ติดตามทางเดินและทางออกจากบันไดหนีไฟให้ชัดเจน

ที่มา : SCG Experience  ขอขอบคุณข้อมูลดีๆครับ